[DiscoverSpain]-Day6-ถึงแล้ว Granada

posted on 28 Jul 2012 15:53 by ambryo in MyMarchMellow directory Travel, Diary
วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2555
 
ถึงเวลาอำลาแล้วบาร์เซโลนา.....
ตื่น 6 โมงเช้า ลงไปกินอาหารเช้าที่ common area ของโรงแรม
ขนมปังทามาการีนเอาไปใส่เครื่องปิ้งเด้งดึ๋ง น้ำผลไม้กล่องแต่รสชาติเริ่ด
และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นแค่อะไรง่ายๆในมื้อเช้า
แต่เป็นอาหารเช้าที่เราชอบที่สุดเลย กินแบบนี้ทุกวันตั้งแต่มาอยู่ที่ Chic&Basic
 
ออกจากโรงแรมตอน 8 โมง
ถ่ายรูปในลิฟท์ด้วยสภาพกระเป๋าแบคแพคพร้อมออกเดินทางไกลอีกครั้ง
 
เอมม่าผู้จัดการโรงแรมยังไม่มาทำงานในยามเช้าแบบนี้
เราถามเค้าเมื่อวานว่้าุถ้าเราจะออกตั้งแต่เช้าก่อนเวลาที่เค้ามาให้ทำยังไง
เค้าให้ทิ้งกุญแจห้องไว้ที่กล่องไปรษณีย์ที่ชั้น 1 ได้เลย
แล้วเมื่อวานเราก็อำลาเอมม่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย cheeck greeting แบบคนพื้นเมือง ^^
 
หน้าโรงแรมมีป้ายกล่าวคำทักทายสวัสดี แต่ตอนนี้เรากำลังจะต้องกล่าวคำอำลา
โฮกกกก เศร้า T_T
 
เดินเท้าพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่จากพลาซ่า ยูิเวอซิแตด จนถึง พลาซ่า คะตะลุนญ่า
ใช้เวลาแค่ 10 นาที อากาศเช้าๆแบบนี้ ยังไม่ค่อยมีคน แล้วยังหนาวด้วย ควันออกปากเลย
มาขึ้นรถแอโรบัสเพื่อเดินทางไปสนามบิน รถจอดอยู่ที่ป้ายหน้าห้าง El Corte Ingles
ออกทุก 5 นาที ค่ารถ 5.30 ยูโร เช้าๆแบบนี้ ใช้เวลาเดินทางแค่ 20 นาทีก็ถึงสนามบิน
 
มาถึงปุ๊บเจอนี่เลย Spanair 555+ เห็นแล้วขำทั้งน้ำตา
เหตุเพราะว่าเริ่มแรกเราซื้อตั๋วจากบาร์เซโลนาไปกรานาดา ด้วยสายการบินนี้
แค่ 1 สัปดาห์ให้หลัง สายการบินมันเจ๊ง!!!
ฮาไม่ออกเลยทีนี้ ก็เลยต้องเสียเงินอีกรอบซื้อตั๋วใหม่กับสายการบิน Vueling
พอได้โอกาสมาพบเจอกันแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย
 
เชคอินเร็วมาก เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ 9 โมง แต่ไฟล์ทตรู 11:20 !!!
ผ่านจากด่านตรวจข้าวของเรียบร้อย เดินไปดูไฟล์ทที่จอประกาศ
ยังไม่มีไฟล์ทของเราขึ้นบนจอเลย
เที่ยวบินไฟล์ทสุดท้ายที่เห็นบนจอก็ยังห่างจากไฟล์ทของเราตั้งหลายชั่วโมง
ก็เลยเอาบอร์ดดิ้งพาสไปยื่นให้พนักงานดูแล้วถามเค้าว่าจะต้องเดินไปที่เกตไหน
ในบอร์ดดิ้ง พาส มันเขียนไว้แค่ว่า "AB"
พนักงานก้มลงเช็คข้อมูลในจอคอมพิวเตอร์ซักพัก แล้วเงยหน้ามาบอกเราว่า เกต อา
พอพูดจบก็เหมือนรู้ตัวทันทีว่าพูดผิด พนักงานหน้าตาใจดีรีบบอกใหม่อีกทีว่า เกต เอ
แล้วก็หัวเราะแบบเขินๆ 55+ ที่เค้าพูดผิดจาก เอ เป็น อาร์ ก็เพราะว่า ในภาษาสเปน
ตัว เอ จะออกเสียว่า อา เป็นเรื่องเล็กๆที่ขำและยังจำได้แม่น

ตอนนี้ก็พยายามถ่วงเวลาด้วยการเดินช้าๆ สำรวจสนามบิน
Duty free ก็ซื้อไม่ได้ เพราะการเพิ่มน้ำหนักให้ร่างกายต้องแบกตั้งแต่ครึ่งทริปแบบนี้
ไม่ไหวแน่ๆ ไ่ม่อยู่ในนโยบายการเดินทาง
ลองเดินไปถามเจ้าหน้าที่สนามบินว่า มีเนตให้ใช้มั้ย เค้าบอกว่ามี แต่ต้องซื้อ
โว๊ะ!!~ ไม่ใจดีให้เล่นฟรีเหมือนที่ดูไบเลยแฮะ
 
นั่งรอเครื่องอยู่หน้าเกต รออยู่ 3 ไฟล์ท กว่าจะถึงไฟล์ทตัวเอง
เห็นความเป็น Low cost ของ Vueling ด้วยแหละ
ตั้งแต่รถขนกระเป๋าขับมาจอดเทียบเครื่องบิน พนักงานยกกระเป๋าทุกใบด้วยมือ
โยนลงสายพานที่ไหลขึ้นเครื่อง
ตอนเครื่องเรามา นั่งรอดูจนเห็นกระเป๋าเป้แบคแพคสีฟ้าของตัวเองด้วย
ดูจะเป็นใบที่เล็กที่สุดและยกง่ายเบามือที่สุดกว่าใบอื่นๆเลย ^^
 
 
 
ขึ้นไปบนเครื่อง ได้ความรู้สึกแอร์เอเชียมาก แอบลุ้นว่าจะได้นั่งติดหน้าต่างมั้ย
ว๊ากกก ดีใจ เพราะได้นั่งที่นั่งฝั่งที่มี 3 ที่ ได้นั่งติดหน้าต่างจริงๆ
ความฝันที่จะมองบาร์เซโลนาจนลับตาน่าจะเป็นจริง
แต่ว่าพอเครื่องขึ้น ถึงตระหนักรู้ว่า ด้านที่ตรูนั่งเนี่ย มันเป็นด้านที่หันออกทะเล
โว๊ะ!!! สภาพมันเลยเป็นเช่นนี้ เศร้าใจ T_T
ตอนเครื่องขึ้นนี่ คุณลุงที่นั่งข้างๆสวดมนต์ใหญ่เลย หันไปดูแกหลับตาปี๋เลย คงกลัวมาก
 
พอเครื่องขึ้นได้ซักพัก ก็เริ่มวนกลับ ว๊ากกกก สุดท้ายได้เห็นบาร์เซโลนาจริงๆ
แม้จะไกลๆ ลิบๆ แต่ก็ยังดีที่ได้เห็น ทะเลกับท้องฟ้าตอนนี้สีเดียวกันเลย
แบบบอกลาบาร์เซโลนาเป็นครั้งสุดท้าย บ้ายบายๆ
 
ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง 25 นาที ก็ถึงสนามบิน Granada
ตอนเครื่องจะลง มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นภูเขา Sierra Nevada มีหิมะเต็มยอดเขาเลย
สวยมากกก กำลังยกไอโฟนขึ้นมาถ่ายรูป คุณแอร์เห็นพอดี อดถ่ายเลย :(
 
สนามบินที่ Granada เป็นสนามบินเล็กๆ แต่ล้อมรอบด้วยภูเขา
เรารู้สึกว่าการที่ได้เดินลงจากเครื่องบินทางบันได
แล้วก็ได้เหยียบพื้นรันเวย์ด้วยสองเท้าของตัวเองเนี่ย
มันคือความรู้สึกที่แท้จริงของการเดินทางด้วยเครื่องบิน
เป็นโอกาสที่จะได้เห็นเครื่องบินที่พาเรามาส่งแบบใกล้ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีอ่ะ ชอบๆ ^^
 
ไฟล์ที่มา Granada มีแค่วันละ 6 ไฟล์ท จาก Vueling 3 และ Iberia 3
ตอนนี้ทุกคนมายืนออรอกระเป๋า แล้วเราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมกระเป๋ามันจะมาช้า
ก็คงค่อยๆยกกระเป๋าโยนใส่สายพานทีละใบๆเหมือนเดิมนั่นแหละ
 
ตรงที่รอกระเป๋าก็มีเคาท์เตอร์เล็กๆเป็น Tourist Infomation
เราเดินไปขอแผนที่เมืองแล้วก็ถามเื่รื่องรถบัสเข้าเมืองด้วย
ปรากฎว่า รสบัสจากสนามบินเข้าเมือง ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเลย
เพราะว่าคนส่วนมากที่มาถึสนามบินก็จะขึ้นรถบัสนี้เข้าเืองทั้งนั้น
รถจะออกจากสนามบินแค่ในช่วงเวลาทีมีไฟล์ทมาลง ราคาค่าตั๋ว 3 ยูโีร
เดินออกจากประตูอาคารสนามบินปั๊บ ก็เจอรถบัสเลย
 
 
 

ที่บนรสบัส เราเจอคุณลุงคนเดิมที่นั่งติดกันบนเครื่องบินด้วยล่ะ
คุณลุงเห็นเรานั่งอยู่ก่อนบนรถบัสก็ชี้มาที่เราแล้วพูดกับคุณป้าและแกงค์เพื่อนแกที่มาด้วยกัน
เดาว่า แกคงบอกทุกคนว่า เราคือคนที่นั่งเครื่องบินติดกับแก
คุณลุงนั่งลงในที่นั่งข้างๆเราที่เหลืออยู่หนึ่งที่
เราลองยื่นกระดาษที่ได้มาจาก Tourist Infomation เมื่อกี๊ให้คุณลุงดู
แล้วทำท่าชี้ๆไปที่ชื่อป้ายรถเมล์ป้ายที่เราจะลง
คุณลุงก็พูดภาษาสเปนใส่เรามาชุดใหญ่แล้วก็ชี้มาที่เดียวกัน
เราก็เดาเอาเองว่า คุณลุงก็น่าจะลงป้ายเดียวกับเรา

คุณลุงแกเจ๋งนะ มาเที่ยวกันเองกับคุณป้าและเพื่อนแกอีกคู่นึง
แกดูเป็นชาวสเปนยุคเก่าก่อนมากๆ เพราะว่าแกไม่พูดอังกฤษเลย แถมยังพ่นแต่สเปนใส่เรา
โดยไม่แยแสว่าเราจะเข้าใจมั้ย ที่สำคัญที่สุดที่เป็นเอกลักษณ์คือ ไม่ยิ้มเลยซักนิด หน้าดุมว๊ากกก
 
สำหรับเรา การมา กรานาดา ก็เพื่อต้องมาสัมผัส พระราชวังอะลัมบรา อันเลื่องชื่อ
ได้ข่าวว่าอะลัมบรา นี่ต้องเดินกันขาลาก เพราะกว้างใหญ่ไพศาลมาก
แต่เพราะความสวยอลังการ ทำให้คนบางคนยังต้องตะเกียกตะกายมาเพื่อเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต
แล้วเราก็เชื่อว่าเป้าหมายของคุณลุงในการมาที่นี่ก็เพื่อสัมผัส อะลัมบรา
ฮื้มมม เจ๋งว่ะ เราว่าคุณลุงเจ๋ง!!!
 
 
 
 
รถบัสไม่มีระบบบอกชื่อป้าย แต่ใช้คนขับแหกปากตะโกนบอกเอง
รสบัสวิ่งมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายป้ายจนกระทั่งคนขับตะโกนบอกว่า "Gran Via"
มันทำให้เราชักไม่แน่ใจว่านี่ใช่ป้ายที่เราจะต้องลงรึเปล่า
เพราะว่า Gran Via เนี่ยมันก็คือถนนที่เราจะต้องลง
ไม่ใช่แต่เราที่งง เพราะคุณลุงก็งง
คุณลุงแกเลยลุกเดินไปถามคนขับ พอรู้ว่าไม่ใช่ก็เดินกลับมา ปากก็ยังพูดสเปนอยู่ตลอด
ไอ้ตรูก็ต้องคอยเดาเอา กะว่าเกาะลุงไปเนี่ยล่ะว่ะ ผิดถูกก็ยังดีกว่ามั่วมั่นเดาเอาเอง
จนถึงป้ายท