[DiscoverSpain]-Day6-ถึงแล้ว Granada

posted on 28 Jul 2012 15:53 by ambryo in MyMarchMellow directory Travel, Diary
วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2555
 
ถึงเวลาอำลาแล้วบาร์เซโลนา.....
ตื่น 6 โมงเช้า ลงไปกินอาหารเช้าที่ common area ของโรงแรม
ขนมปังทามาการีนเอาไปใส่เครื่องปิ้งเด้งดึ๋ง น้ำผลไม้กล่องแต่รสชาติเริ่ด
และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นแค่อะไรง่ายๆในมื้อเช้า
แต่เป็นอาหารเช้าที่เราชอบที่สุดเลย กินแบบนี้ทุกวันตั้งแต่มาอยู่ที่ Chic&Basic
 
ออกจากโรงแรมตอน 8 โมง
ถ่ายรูปในลิฟท์ด้วยสภาพกระเป๋าแบคแพคพร้อมออกเดินทางไกลอีกครั้ง
 
เอมม่าผู้จัดการโรงแรมยังไม่มาทำงานในยามเช้าแบบนี้
เราถามเค้าเมื่อวานว่้าุถ้าเราจะออกตั้งแต่เช้าก่อนเวลาที่เค้ามาให้ทำยังไง
เค้าให้ทิ้งกุญแจห้องไว้ที่กล่องไปรษณีย์ที่ชั้น 1 ได้เลย
แล้วเมื่อวานเราก็อำลาเอมม่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย cheeck greeting แบบคนพื้นเมือง ^^
 
หน้าโรงแรมมีป้ายกล่าวคำทักทายสวัสดี แต่ตอนนี้เรากำลังจะต้องกล่าวคำอำลา
โฮกกกก เศร้า T_T
 
เดินเท้าพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่จากพลาซ่า ยูิเวอซิแตด จนถึง พลาซ่า คะตะลุนญ่า
ใช้เวลาแค่ 10 นาที อากาศเช้าๆแบบนี้ ยังไม่ค่อยมีคน แล้วยังหนาวด้วย ควันออกปากเลย
มาขึ้นรถแอโรบัสเพื่อเดินทางไปสนามบิน รถจอดอยู่ที่ป้ายหน้าห้าง El Corte Ingles
ออกทุก 5 นาที ค่ารถ 5.30 ยูโร เช้าๆแบบนี้ ใช้เวลาเดินทางแค่ 20 นาทีก็ถึงสนามบิน
 
มาถึงปุ๊บเจอนี่เลย Spanair 555+ เห็นแล้วขำทั้งน้ำตา
เหตุเพราะว่าเริ่มแรกเราซื้อตั๋วจากบาร์เซโลนาไปกรานาดา ด้วยสายการบินนี้
แค่ 1 สัปดาห์ให้หลัง สายการบินมันเจ๊ง!!!
ฮาไม่ออกเลยทีนี้ ก็เลยต้องเสียเงินอีกรอบซื้อตั๋วใหม่กับสายการบิน Vueling
พอได้โอกาสมาพบเจอกันแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย
 
เชคอินเร็วมาก เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ 9 โมง แต่ไฟล์ทตรู 11:20 !!!
ผ่านจากด่านตรวจข้าวของเรียบร้อย เดินไปดูไฟล์ทที่จอประกาศ
ยังไม่มีไฟล์ทของเราขึ้นบนจอเลย
เที่ยวบินไฟล์ทสุดท้ายที่เห็นบนจอก็ยังห่างจากไฟล์ทของเราตั้งหลายชั่วโมง
ก็เลยเอาบอร์ดดิ้งพาสไปยื่นให้พนักงานดูแล้วถามเค้าว่าจะต้องเดินไปที่เกตไหน
ในบอร์ดดิ้ง พาส มันเขียนไว้แค่ว่า "AB"
พนักงานก้มลงเช็คข้อมูลในจอคอมพิวเตอร์ซักพัก แล้วเงยหน้ามาบอกเราว่า เกต อา
พอพูดจบก็เหมือนรู้ตัวทันทีว่าพูดผิด พนักงานหน้าตาใจดีรีบบอกใหม่อีกทีว่า เกต เอ
แล้วก็หัวเราะแบบเขินๆ 55+ ที่เค้าพูดผิดจาก เอ เป็น อาร์ ก็เพราะว่า ในภาษาสเปน
ตัว เอ จะออกเสียว่า อา เป็นเรื่องเล็กๆที่ขำและยังจำได้แม่น

ตอนนี้ก็พยายามถ่วงเวลาด้วยการเดินช้าๆ สำรวจสนามบิน
Duty free ก็ซื้อไม่ได้ เพราะการเพิ่มน้ำหนักให้ร่างกายต้องแบกตั้งแต่ครึ่งทริปแบบนี้
ไม่ไหวแน่ๆ ไ่ม่อยู่ในนโยบายการเดินทาง
ลองเดินไปถามเจ้าหน้าที่สนามบินว่า มีเนตให้ใช้มั้ย เค้าบอกว่ามี แต่ต้องซื้อ
โว๊ะ!!~ ไม่ใจดีให้เล่นฟรีเหมือนที่ดูไบเลยแฮะ
 
นั่งรอเครื่องอยู่หน้าเกต รออยู่ 3 ไฟล์ท กว่าจะถึงไฟล์ทตัวเอง
เห็นความเป็น Low cost ของ Vueling ด้วยแหละ
ตั้งแต่รถขนกระเป๋าขับมาจอดเทียบเครื่องบิน พนักงานยกกระเป๋าทุกใบด้วยมือ
โยนลงสายพานที่ไหลขึ้นเครื่อง
ตอนเครื่องเรามา นั่งรอดูจนเห็นกระเป๋าเป้แบคแพคสีฟ้าของตัวเองด้วย
ดูจะเป็นใบที่เล็กที่สุดและยกง่ายเบามือที่สุดกว่าใบอื่นๆเลย ^^
 
 
 
ขึ้นไปบนเครื่อง ได้ความรู้สึกแอร์เอเชียมาก แอบลุ้นว่าจะได้นั่งติดหน้าต่างมั้ย
ว๊ากกก ดีใจ เพราะได้นั่งที่นั่งฝั่งที่มี 3 ที่ ได้นั่งติดหน้าต่างจริงๆ
ความฝันที่จะมองบาร์เซโลนาจนลับตาน่าจะเป็นจริง
แต่ว่าพอเครื่องขึ้น ถึงตระหนักรู้ว่า ด้านที่ตรูนั่งเนี่ย มันเป็นด้านที่หันออกทะเล
โว๊ะ!!! สภาพมันเลยเป็นเช่นนี้ เศร้าใจ T_T
ตอนเครื่องขึ้นนี่ คุณลุงที่นั่งข้างๆสวดมนต์ใหญ่เลย หันไปดูแกหลับตาปี๋เลย คงกลัวมาก
 
พอเครื่องขึ้นได้ซักพัก ก็เริ่มวนกลับ ว๊ากกกก สุดท้ายได้เห็นบาร์เซโลนาจริงๆ
แม้จะไกลๆ ลิบๆ แต่ก็ยังดีที่ได้เห็น ทะเลกับท้องฟ้าตอนนี้สีเดียวกันเลย
แบบบอกลาบาร์เซโลนาเป็นครั้งสุดท้าย บ้ายบายๆ
 
ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง 25 นาที ก็ถึงสนามบิน Granada
ตอนเครื่องจะลง มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นภูเขา Sierra Nevada มีหิมะเต็มยอดเขาเลย
สวยมากกก กำลังยกไอโฟนขึ้นมาถ่ายรูป คุณแอร์เห็นพอดี อดถ่ายเลย :(
 
สนามบินที่ Granada เป็นสนามบินเล็กๆ แต่ล้อมรอบด้วยภูเขา
เรารู้สึกว่าการที่ได้เดินลงจากเครื่องบินทางบันได
แล้วก็ได้เหยียบพื้นรันเวย์ด้วยสองเท้าของตัวเองเนี่ย
มันคือความรู้สึกที่แท้จริงของการเดินทางด้วยเครื่องบิน
เป็นโอกาสที่จะได้เห็นเครื่องบินที่พาเรามาส่งแบบใกล้ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีอ่ะ ชอบๆ ^^
 
ไฟล์ที่มา Granada มีแค่วันละ 6 ไฟล์ท จาก Vueling 3 และ Iberia 3
ตอนนี้ทุกคนมายืนออรอกระเป๋า แล้วเราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมกระเป๋ามันจะมาช้า
ก็คงค่อยๆยกกระเป๋าโยนใส่สายพานทีละใบๆเหมือนเดิมนั่นแหละ
 
ตรงที่รอกระเป๋าก็มีเคาท์เตอร์เล็กๆเป็น Tourist Infomation
เราเดินไปขอแผนที่เมืองแล้วก็ถามเื่รื่องรถบัสเข้าเมืองด้วย
ปรากฎว่า รสบัสจากสนามบินเข้าเมือง ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเลย
เพราะว่าคนส่วนมากที่มาถึสนามบินก็จะขึ้นรถบัสนี้เข้าเืองทั้งนั้น
รถจะออกจากสนามบินแค่ในช่วงเวลาทีมีไฟล์ทมาลง ราคาค่าตั๋ว 3 ยูโีร
เดินออกจากประตูอาคารสนามบินปั๊บ ก็เจอรถบัสเลย
 
 
 

ที่บนรสบัส เราเจอคุณลุงคนเดิมที่นั่งติดกันบนเครื่องบินด้วยล่ะ
คุณลุงเห็นเรานั่งอยู่ก่อนบนรถบัสก็ชี้มาที่เราแล้วพูดกับคุณป้าและแกงค์เพื่อนแกที่มาด้วยกัน
เดาว่า แกคงบอกทุกคนว่า เราคือคนที่นั่งเครื่องบินติดกับแก
คุณลุงนั่งลงในที่นั่งข้างๆเราที่เหลืออยู่หนึ่งที่
เราลองยื่นกระดาษที่ได้มาจาก Tourist Infomation เมื่อกี๊ให้คุณลุงดู
แล้วทำท่าชี้ๆไปที่ชื่อป้ายรถเมล์ป้ายที่เราจะลง
คุณลุงก็พูดภาษาสเปนใส่เรามาชุดใหญ่แล้วก็ชี้มาที่เดียวกัน
เราก็เดาเอาเองว่า คุณลุงก็น่าจะลงป้ายเดียวกับเรา

คุณลุงแกเจ๋งนะ มาเที่ยวกันเองกับคุณป้าและเพื่อนแกอีกคู่นึง
แกดูเป็นชาวสเปนยุคเก่าก่อนมากๆ เพราะว่าแกไม่พูดอังกฤษเลย แถมยังพ่นแต่สเปนใส่เรา
โดยไม่แยแสว่าเราจะเข้าใจมั้ย ที่สำคัญที่สุดที่เป็นเอกลักษณ์คือ ไม่ยิ้มเลยซักนิด หน้าดุมว๊ากกก
 
สำหรับเรา การมา กรานาดา ก็เพื่อต้องมาสัมผัส พระราชวังอะลัมบรา อันเลื่องชื่อ
ได้ข่าวว่าอะลัมบรา นี่ต้องเดินกันขาลาก เพราะกว้างใหญ่ไพศาลมาก
แต่เพราะความสวยอลังการ ทำให้คนบางคนยังต้องตะเกียกตะกายมาเพื่อเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต
แล้วเราก็เชื่อว่าเป้าหมายของคุณลุงในการมาที่นี่ก็เพื่อสัมผัส อะลัมบรา
ฮื้มมม เจ๋งว่ะ เราว่าคุณลุงเจ๋ง!!!
 
 
 
 
รถบัสไม่มีระบบบอกชื่อป้าย แต่ใช้คนขับแหกปากตะโกนบอกเอง
รสบัสวิ่งมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายป้ายจนกระทั่งคนขับตะโกนบอกว่า "Gran Via"
มันทำให้เราชักไม่แน่ใจว่านี่ใช่ป้ายที่เราจะต้องลงรึเปล่า
เพราะว่า Gran Via เนี่ยมันก็คือถนนที่เราจะต้องลง
ไม่ใช่แต่เราที่งง เพราะคุณลุงก็งง
คุณลุงแกเลยลุกเดินไปถามคนขับ พอรู้ว่าไม่ใช่ก็เดินกลับมา ปากก็ยังพูดสเปนอยู่ตลอด
ไอ้ตรูก็ต้องคอยเดาเอา กะว่าเกาะลุงไปเนี่ยล่ะว่ะ ผิดถูกก็ยังดีกว่ามั่วมั่นเดาเอาเอง
จนถึงป้ายที่คนขับบอกว่า "Catedral" ฮ่ะ อันนี้ใช่แน่ เพราะคุณลุงกวักมือเรียก
พร้อมหน้าตาที่ยังขึงขังเช่นเดิม ลงจากรถคว้ากระเป๋าจากที่เก็บกระเป๋าใ้ต้รถ
ยังไม่ทันสะพายกระเป๋าล็อคสายให้เรียบร้อย เห็นคุณลุงและเดอะแกงค์ลากกระเป๋าไปแระ
ว่องไวมว๊ากกกก ยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย
เดินจากป้ายรถเมล์ไปไม่ไกลก็ถึงโรงแรม
ตอนอยู่ที่เมืองไทยเราเคยเปิดกูเกิลให้พาเดินจากป้ายรถเมล์มาจนถึงโรงแรมก่อนแล้วรอบนึง
มาเดินจริงก็เลยเดินสบายไร้กังวล ระหว่างเดินไปโรงแรมก็ยังเจอคุณลุงอีก
เราเดินตามหลังแกมาตลอดเลยแหละ จนเราถึงหน้าโรงแรมแล้ว แต่คุณลุงยังคงเดินต่อ
เราโบกมือให้คุณลุงนิดนึง แกก็โบกมือตอบ ^^
แม้จะไม่ได้บอกคุณลุงว่า Gracias แต่ในใจก็ยังขอบคุณคุณลุงอยู่ตลอดนะเนี่ย
 
 
 
เดินเข้าไปในโรงแรม หลังจากจัดการเรื่องห้องเรียบร้อย
พนักงานก็หยิบแผนที่เมือง Granada มาแนะนำทุกสิ่งอย่างไม่ต้องร้องขอ
พนักงานสาวแนะนำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว ร้านอาหาร ที่เที่ยว ชีบอกหมด
เป็นความประทับใจมากๆ ในวินาทีแรกของการมาถึงกรานาดา
เรารีบเก็บของแล้วออกไปหาอะไรกิน เพราะตอนนี้มันเกือบ 4 โมงเย็นแล้ว
ข้าวเช้าหมดไปตั้งแต่ถึงสนามบินที่บาร์เซโลนา ข้าวเที่ยงยังไม่ได้แตะ มือไม้สั่นไปหมดแล้ว
 
เดินมุ่งหน้าไปตามถนนที่พนักงานสาวแนะนำ
ชีแนะนำมาแล้วว่าถนนเส้นไหนที่มีร้านอาหารที่ขายทาปาส
เราก็มุ่งไปตามคำแนะนำแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะว่าตอนนี้ หิว
ร้านที่เราเลือกไม่ค่อยมีคน สั่งน้ำอัดลมขวดนึง ได้แซนวิช Jamon มาก้อนนึง
ขนาดใหญ่พอที่เราจะกินจนหมดแล้วอิ่มแปล้ได้
จบอาหารมื้อนี้ด้วยราคาถูกสุดๆ คือ 2.2 ยูโร!!!
เป็นที่รู้กันว่าการสั่งอาหารที่ กรานาดา เพียงแค่สั่งเครื่องดื่ม
ร้านอาหารจะแถมอาหารอีกจานนึงให้ แต่อาหารจานนั้นเราไม่มีสิทธิ์เลือกนะ
ก็แล้วแต่ว่าเค้าจะทำอะไรมาให้ แล้วเราก็จ่ายแค่ราคาค่าน้ำนั่นแหละ
ถ้าจะสั่งจานอื่นเพิ่ม อันนี้ค่อยคิดตามราคาอาหาร
 
อิ่มแล้ว ก็ออกมาเดินเล่น อากาศวันนี้ประมาณนี้ 14 องศา
แต่ฟ้ามันครึ้ม แล้วซักพัก ฝนก็ตกลงมา
แง๊..... อะไรเนี่ย บ้านเมืองนี้ ฝนตก ทั้งๆที่แดดยังออกอยู่เลย
 
เดินเล่นมาที่ พลาซ่า นูเอบา รูปทางขวายังเห็นคนกางร่มอยู่เลย แต่ฝนตกแปบเดียวก็หยุด
 
เรายังไม่ได้คิดว่าเวลาที่เหลือจะไปไหนดี แต่แอบเหนื่อยนิดหน่อย
เดินคิดไปคิดมาแอบหวั่นใจว่าพรุ่งนี้จะหนาว เพราะว่าตอนนี้ นี่ขนาดบ่ายมากแล้ว
แดดออกเต็มที่แล้ว ยังรู้สึกเย็นขนาดนี้ เสื้อกันหนาวที่มีเพียงตัวเดียวท่าจะไม่ไหว
เลยลองเดินไปเรื่อยๆ แวะเข้าออกตามร้านค้าที่เรียงรายอยู่ตามถนนย่านชอปปิ้ง
จนสุดท้ายได้ 3 สิ่งนี้มา เสื้อกันหนาวที่ถูกใจมากๆ
คือ เราตั้งใจจะหาเสื้อกันหนาวใหม่ที่ตัวใหญ่พอที่จะใส่คลุมทับตัวเก่าได้
(เวลาเดินทางย้ายถิ่นฐานจะได้ไม่ต้องเอาเสื้อไปใส่ลงกระเป๋า ใส่ไว้กับตัวได้ทั้ง 2 ตัวนี่แหละ
จะได้รู้สึกหนักกระเป๋าน้อยลง)
กางเกงยีนส์ (อันนี้เห็นมันลดเหลือตัวละ 800 บาท เลยอดใจไม่ไหว ^^)
และกางเกงที่เหมือนเลคกิ้ง หนามาก ใส่ข้างในกางเกงยีนส์อีกชั้น
น่าจะช่วยให้ความหนาวทะลุทะลวงมาได้ยากขึ้น
 
แอบเล็งร้านไอติมไว้ด้วย เป็นร้านดัง อ่านเจอในรีวิวก่อนมา
แต่ว่าวันนี้หนาวอ่ะ เอาไว้วันพรุ่งนี้จะมากิน !!
 
กลับมาโรงแรม นอนพักเอาแรง 3 ทุ่มก็ปลุกนาฬิกาตื่นขึ้นมาแล้วออกไปหาข้าวกิน
ออกมาจากโรงแรม จ๊ากกกกก หนาวเข้าไส้ ทั้งหนาวและชื้น เพราะฝนตกอีกแล้ว
โชคดีที่ใส่เสื้อกันหนาวตัวเก่าแล้วก็เอาเสื้อกันหนาวตัวใหม่ใส่ทับมาด้วย
เดินหนาวสั่นเข้าไปซอยข้างๆโรงแรม ร้านทาปาสเรียงรายเต็มไปหมดเลย
ร้านต้นๆซอยคนแน่นมาก เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ คนชักบางตาลง จนมาหยุดสะดุดตาที่ร้านนึง
กำลังลังเล จู่ๆคุณป้าเจ้าของร้านก็ออกมาเชื้อเชิญ ก็เลยเดินตามคุณป้าเข้าไปเลย
ร้านคุณป้าไม่มีคนเลย แต่คุณป้าบอกว่า คืนนี้คนไปดูบอลกันหมด เพราะเป็นแมตช์ใหญ่
บาร์เซโลนามาเยือนกรานาดาถึงถิ่น คุณป้าพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก
เจอคนพูดอังกฤษได้ทีไรแอบอุ่นใจอีกแระ
 
เหมือนเดิม สั่งน้ำ แถมอาหาร แต่ร้านนี้เลือกอาหารได้จากรายการในเมนู
เราสั่งน้ำแอปเปิล พร้อมกับอาหารจานแรกเป็นไข่เจียวซักอย่างทีุ่คุณป้าแนะนำ
แกบอกว่าเป็นอาหารท้องถิ่น ควรจะลอง อ่ะ ลองๆ
อาหารร้านคุณป้าจานจิ๋วมาก กินหมดจานแรก เลยถามคุณป้าว่าถ้าจะสั่งอีกคิดราคายังไง
แกบอกว่า จานแรกพร้อมน้ำคิด 2 ยูโร จานต่อๆไปคิดจานละ 1.5 ยูโร
จานต่อมาเราอยากกิน Bravas Patata มันคือ มันฝรั่งราดซอสเผ็ด
ตอนกินที่บาร์เซโลนา อร่อยมาก แต่อาหารจานนี้คุณป้าทำเราผิดหวัง
เพราะคุณป้าเล่นง่าย เอามันฝรั่งต้มมาราดด้วยซอสพริกซะงั้น
ว๊ากกกกก ใช่ มันคือ ซอสเผ็ด แต่มันไม่อร่อย ง่าาาา
แก้ตัวใหม่ สั่งอีกจาน เป็นหมูทอดซักอย่างรสชาติโอเคนะ แต่มาแค่ชิ้นเดียว น้อยจัง
แม้อาหารร้านนี้จะไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจ บางจานก็ไม่อร่อย
(ก็ไม่แปลกใจที่ร้านคุณป้าคนไม่หนาแน่นแบบร้านอื่นๆ)
แต่คุณป้าก็ใจดีมาก พูดภาษาอังกฤษได้เยอะมาก มาต้อนรับ มายืนคุยกับเรา
แล้วก็ทำให้การนั่งกินอาหารแบบเหมือนทั้งร้านเป็นของเราในวันนี้
สบายใจดี มีความสุข และเดินยิ้มกลับโรงแรม
คุณป้าทำให้วันนี้เราไม่รูสึกเหงากับการกินข้าวเย็น^^
 
ปิดท้ายด้ยการรีวิวโรงแรมซะหน่อย
โรงแรมที่เราพักชื่อ Nest Style Hotel เป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่
ที่กรานาดามีโฮสเทลตระกูล Nest อยู่อีกที่
ตอนแรกเราว่าจะไปพักที่นั่น แต่ว่าห้องเดี่ยวค่อนข้างแพง แล้วก็อยู่ไกลจากป้ายรถเมล์
แต่ Nest Style Hotel นี่อยู่ใกล้ป้ายรถเมล์ที่มาจากสนามบินมากกว่า
แล้วตอนที่เราจองก็ได้ห้อง double room ราคาโปรโมชั่นด้วย
เนื่องในโอกาสที่โรงแรมเพิ่งเปิด เหลือคืนละ 29 ยูโรเอง ถือว่าถูกมากสำหรับห้อง double room
ราคานี้ ไม่จอง ไม่ได้แล้ว
 
ห้องใหญ่ดี ห้องน้ำก็ดูดี ที่สำคัญ มีไดร์เป่าผม
เราเลือกโรงแรมโดยใช้เงื่อนไขไดร์เป่าผมเป็นอีกหนึ่งข้อที่ต้องการ)
 
ทำเลที่ตั้งโรงแรมดีมากๆ อยู่ไม่ไกลจากถนน Gran Via
ที่เป็นถนนสายหลักมีรถเมล์ทุกสายผ่าน
โรงแรมอยู่ตรงพลาซ่า เดล คาเมน กลางคืนไม่น่ากลัว เป็นย่านที่ดูปลอดภัยมากๆ
ชั้นบนสุดของโรงแรมมี common area มีทีวี ครัว
อินเตอร์เนตทั้งไวไฟและเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้
โรงแรมมีห้องนอนแบบ dorm ด้วยนะถ้าอยากจะอยู่แบบห้องนอนรวม ห้องน้ำรวม
พนักงานก็ใจดี แล้วก็มีความรู้พร้อมแนะนำได้
เสียอย่างเดียวคือ ห้องเราใช้ไวไฟไม่ได้ สัญญาณไม่มี ต้องขึ้นไปเล่นเนตที่ชั้นบน
อ่อ โรงแรมมีทั้งลิฟท์และบันได ไม่ต้องกังวลเรื่องแบกกระเป๋าขึ้นไปชั้นบน
 
หมดไปอีก 1 วันที่ใช้ไปสำหรับการเดินทางจากบาร์เซโลนามากรานาดา
มาแบบช้าๆ ไม่รีบ สบายๆ
พรุ่งนี้เราจะไปพิชิตพระราชวังอะลัมบรา
จะได้เห็นซะทีว่า ความสวยงามอลังการตามคำร่ำลือว่า
ยังไงก็ต้องมาซักครั้งในชีวิต เนี่ย มันเป็นยังไง ^^

Comment

Comment:

Tweet

เยี่ยมเลยแอม  เขียนน่าติดตามดี จะอ่านไปเรื่อยๆนะจ๊ะ

#8 By waterhp (103.7.57.18|110.171.85.0) on 2012-09-21 23:36

ได้แนะนำเอนทรี่นี้ลง Exteen Brief นะคะ ขอบคุณมากค่า =D
http://community.exteen.com/20120808/exteen-brief-080812

#6 By เมพหมี shakri on 2012-08-08 18:50

ตามอ่านทุกตอนเลยครับ กำลังจะไปสเปนเหมือนกันครับ จะรออ่านตอนต่อจากกรานาดานะครับbig smile

#5 By ฺBK (103.7.57.18|125.25.186.98) on 2012-08-07 22:06

ลืมดาวHot! Hot! Hot!

#4 By Kanya on 2012-07-30 16:06

ชอบประตู208จังเลยค่ะopen-mounthed smile

#3 By Kanya on 2012-07-30 16:05

Hot! Hot! Hot! big smile
เพิ่งเคยได้ยินนะครับเนี่ยว่า มีด้วยที่สั่งเครื่องดื่มแล้วได้อาหารเพิ่มอีกจาน แล้วเลือกไม่ได้ด้วย เหอะๆ (ถ้ากินไม่ได้นิคงแอบเสียดาย)
เห็นป้ายบอกอุณหภูมิ 14 องศา
อากาศเย็นสบายเลย
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-07-29 09:03

Favourites