อัพเรื่องสเปนอยู่ดีๆ ก็หนีไปตุรกีซะงั้น ตอนนี้กลับมาแล้ววว
ตั้งใจมุ่งมั่นว่า ต้องอัพเรื่องสเปนให้จบโดยไว
แฟนคลับหายจ๊อยหมดล่ะเนี่ย ปีนี้เจ้าของบลอกชีพจรลงเท้าบ่อยเกิ๊นนน
 
มะๆ ต่อๆ กลับมาตามกันต่อเนอะๆ
 
วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555
 
วันนี้ตั้งใจจะไป Palau de la Musica Catalana เพราะว่าลูกพี่เฟอร์นันโด้แนะนำให้ไป
ลูกพี่แนะนำตั้งแต่ตอนเรามาบาร์เซโลนาคราวที่แล้วแล้วล่ะ
แต่ว่าคราวท่แล้วเราไปแค่ด้านนอก ถ่ายรูป แล้วก็กลับ
แต่ที่คราวนี้ตัดสินใจกลับไปอีก เพราะว่าอยากจะลองเข้าไปดูข้างใน
ประกอบกับหมดที่ทางจะสรรหาไปแล้วด้วยล่ะ
แต่พอไปถึงช่องขายตั๋ว พบว่า การเข้าไปเยี่ยมชมต้องซื้อเป็นทัวร์ มีไกด์บรรยาย
และทัวร์ก็เปิดเป็นรอบๆ เราไปถึงก็สายแล้ว ซัก 11 โมงได้
ทัวร์รอบต่อไป บ่ายโมงโน่นนน  
แต่บ่ายโมงเรานัดกับพวกที่ออฟฟิสไว้ว่าจะไปกินข้าวด้วย ก็เลยกลายเป็นว่า
มาถึง Palau de la Musica Catalana ทั้งสองรอบของการมาเยือนบาร์เซโลนา
แต่ว่าไม่ได้เข้่าไปดูข้างในซักรอบ :(
วันนี้วันจันทร์ เด็กนักเรียนเยอะมาก เจอเด็กๆพวกชอบลองของด้วย
พอเดินผ่านทำมาแซว คอนนิจิวะๆ เก๋านะแก ตัวแค่เมี่ยง 55+
 
เวลายังเหลือ แถมสถานที่แนะนำจากลูกพี่เฟอร์นันโด้ยังเหลืออีกหนึ่ง
นั่นคือ Plaza Sant Felip Neri
กว่าจะฝ่าฟันเข้าไปถึงสถานที่นี้ได้ งงกับซอกซอย วนเวียนอยู่หลายรอบมาก
แต่เพราะวนเวียนอยู่นานนั่นแหละ เลยกลายเป็นว่าได้สัมผัส Barri Gothic ของแท้เลย
ตรอกซอกซอยแคบ แฉะ ชื้น เปลี่ยว มืด น่ากลั๊ววววว
 
เดินวนอยู่ตั้งนาน กลัวก็กลัว เพราะยังเช้าอยู่ ไม่ค่อยมีคน
เจอเด็กแกงค์นักเรียนเป็นระยะๆ เหมือนมาทัศนศึกษากัน ก็อุ่นใจขึ้น มีคนเดินด้วย
ไม่งั้นหวั่นจะโดนดักตีหัว ลากเข้าตึก แล้วฆ่าปาดคอ (เวอร์ไปแระ)
เดินตามเด็กไปเรื่อยๆ ก็เจอที่หมายโดยไม่ทันตั้งตัว
ที่นี่เล็กมากกกกก ดูเผินๆเหมือนจะไม่มีเลย
นอกจากน้ำพุอันนึงกับพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆใจกลางหมู่ตึก
ลูกพี่เฟอร์นันโด้ก็บอกก่อนมาแล้วล่ะว่า ที่นี่ไม่มีอะไรมาก แต่มีความหมายมาก
เพราะครั้งนึงเคยมีระเบิดที่นี่ มีคนตาย
แล้วรอยระเบิดก็ยังฝังจารึกอยู่ให้เห็นเต็มไปหมดตรงกำแพง
เรามาที่นี่ด้วยรู้ว่าที่นี่มีความหมาย แม้จะไม่ได้ศึกษาลึกซึ้งละเอียดถึงที่มาที่ไป
แต่เราก็มาทำตัวสงบๆ นิ่งๆ รำลึกถึงว่า ครั้งนึงที่นี่เคยมีคนสิ้นลมหายใจ
อ๊ากก ใจมันก็แป้วๆ ที่นี่เศร้าว่ะ เศร้าแบบเหงาๆ บอกไม่ถูก
ไปดีกว่า ไม่อยากตกอยู่ในพะวงแห่งความเศร้านาน
วันนี้วันสุดท้ายแล้วด้วย จะต้องอำลาบาร์เซโลนา อำลาเพื่อน จะเศร้ามากไม่ดี เดี๋ยวมีดราม่า
 
 
ออกจาก Plaza Sant Felip Neri ยังต้องผ่าน Barri Gothic อีกหลายซอย
วกวนไปมาจนกระทั่งมาโผล่ที่ถน La Rambla ใกล้เวลานัดแล้วเดินกลับออฟฟิสดีกว่า
 
ยืนสูดหายใจลึกๆ ก่อนกดปิ๊งป่องหน้า Bombardier office
หลังจากเอานิ้วจิ้มไปหนึ่งที กับชั่วอีกอึดใจ
ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา แต่ไม่ใช่รองเท้าส้นสูงของป้ามากาเรตต้า
เมื่อประตูเปิดออกมากลายเป็น อิสมาเอล นายแรคคูณนั่นเองงงงง
เค้าบอกว่าุทุกคนรอเราอยู่ แต่วันนี้ไม่มีป้ามากาเรตต้า ได้ข่าวว่า ป้าตกบันได
แต่กระแสข่าวบางสายก็ร่ำลือว่า ป้าแฮงค์จากปาร์ตี้วันหยุด เลยลาต่อ
บาปกรรม พวกนี้ ขี้นินทาป้า
ชาวคณะออกเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงกัน มุ่งหน้าไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางประจำ
เราไม่กล้าขอให้ทุกคนพาไปร้าน Divine ร้านยอดฮิตสมัย 2 ปีที่แล้ว
ให้ทุกคนพาเราไปในที่ๆเค้าอยากพาเราไปเถอะ เดินไปตามที่ฟ้ากำหนด โว๊ะ เวอร์!!
วันนี้เลยได้กินข้าวเที่ยงที่ร้าน El Glop
55+ ไม่ได้มีใครถาม แต่ถ้ามีคนถาม เราจะบอกว่า เราจำร้านนี้ได้ เราเคยมา
(แกมาจะทั่วบาร์เซโลนาแล้วแอม คนท้องถิ่นเค้ากลุ้มใจจะสรรหาพาแกเที่ยวแล้ว)
 
มื้อเที่ยงเป็นบรรยากาศเดิมๆ แปลกๆ ที่ทุกคนจ้อสเปนกัน
แล้วทิ้งเรานั่งนิ่งๆ อยู่ตรงกลางวงสนทนา
นานๆทีจูเลี่ยนจะหันมาคุยกับเราด้วยภาษาอังกฤษบ้าง เ
ป็นบรรยากาศที่รู้สึกว่าทำตัวไม่ถูก แต่ก็เป็นแบบเดิมๆที่คุ้นเคย
 
กลับมาออฟฟิสตอน 4 โมง อืมมมม คงถึงเวลาต้องบอกลาแล้วล่ะ
ร่ำลาผองเพื่อนแล้วก็ขอตัวกลับ
แต่เวลายังเหลือ คิดๆ คิดซิ ว่าที่ตัดสินใจกลับมาที่นี่เนี่ย
ตอนนี้ วันสุดท้ายแล้ว ได้ทำ ได้ไป ได้รู้สึก ทุกอย่าง ครบ
สมกับความอยากที่ผลักดันให้ดั้นด้นมาจนถึงรึยัง
คำตอบคือ ยัง!!~
 
แล้วภาพของที่ๆอยากไปอีกที่ก็โผล่ขึ้นมา สถานที่นั้นคือสถานี Trinitat Nova
สถานีที่เราไปทำงานหลายๆครั้ง ในยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
เราเลือกนั่งรถไฟ Line 3 สายของบอมบาร์เดียไปลงสุดปลายทาง
ขาไปได้นั่งรถ Type S5000 ด้วย
เมื่อรถเข้าจอดที่สถานี Trinitat Nova เราก็ออกจากรถ
ถ่ายรูปสถานี ถ่ายรูปรถ ยังไม่จุใจ ขอออกไปข้างนอกสถานีหน่อย
เราจำได้แม่นเลยว่า คืนนึงที่เคยมาทำงานที่นี่ ตอนเทสเสร็จตี 4 ออกมาข้างนอกสถานี
มันหนาวมากกกกก แต่วันนี้ ข้างนอก แดดโหดสุดๆ ต่างกับความทรงจำวันนั้น ลิบลับ
หันหน้าสูดอากาศแล้วก็หมุนไปรอบๆ อ๊ากกกก เพิ่งรู้ว่าจากสถานีมองเห็นทะเลด้วยยยยย
ทุกทีที่มาที่นี่ก็มาแต่ตอนกลางคืน ไม่เคยรู้เลยว่ากลางวันของที่นี่เป็นยังไง
เดินวนไปวนมาแปบนึง แอบรู้สึกกลัว ที่นี่เงียบมากแม้จะเป็นกลางวันแสกๆ
แล้วก็จำได้ว่าลูกพี่เฟอร์นันโด้เคยบอกว่า ย่านนี้เป็นย่านน่ากลัว
คนไม่ค่อยมีเงินอยู่เยอะ อย่ามาคนเดียว ว๊ากก แล้วนี่ตรูาทำอะไร
ก็เลยรีบเดินกลับลงไปในสถานี ตอนกำลังเดินลง เห็นเหมือนเด็กวัยรุ่นมองมาด้วย
มันจะมาดักชิงจี้ปล้นตรูป่าวเนี่ย เผ่นดีกว่า กลัว

 
กลับมานั่งรอทีม้านั่งที่เดิมที่เคยนั่งตรงชานชาลา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม คิดถึงเหมือนเดิม
ว๊าาาาก จะดราม่า
รถไฟมาแล้ว ขากลับได้กลับรถ Type S2000
เศร้าแฮะ แต่ก็ดีใจที่ตัดสินใจกลับไปที่ Trinitat Nova อีกครั้ง ตัดสินใจถูกที่กลับมา
 
ยามเย็นคิดหาที่กินมื้อสุดท้ายในบาร์เซโลนา
เราอยากลับไปที่เดิมๆอีก อยากกินข้าวที่ทำให้หัวใจชุ่มชื่น
ว๊ากกกก แล้วมันจะมีมั้ย ข้าวแบบนั้น คำตอบคือ มี!!!!
เพราะว่าเราจะกลับไปกินข้าวร้าน "คนยิ้ม"
ตอนคิดจะกลับไปก็แอบหวั่นใจว่า ร้านนั้นจะยังอยู่มั้ย
พนักงานเสิร์ฟคนเดิมที่มีแต่รอยยิ้มจะยังอยู่มั้ย
แต่ก็ต้องไป ลองดู!!
 
ตั้งใจเดินผ่านโรงแรมที่เคยพักเมื่อ 2 ปีก่อนด้วย
Hotel Dante ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
เราจำคุณลุงพนักงานที่เคาท์เตอร์ได้
แต่ไม่เห็นเจ้าพนักงานโรงแรมคิงคองยักษ์ที่คุ้นเคย
หยุดยืนมองโรงแรมอยู่แปบนึง แล้วก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรูปนี้ไว้
คิดถึงว่ะ ที่นี่เราเคยเรียกมันว่า "บ้าน"
 
เดินต่อจากโรงแรมแค่บลอกเดียวก็ถึงร้าน "คนยิ้ม"
อยากบอกว่าทุกอย่างที่นี่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย
ข้างในร้านก็ยังเหมือนเดิม ทุกทีเราจะถูกเชิญมานั่งชั้นสอง คราวนี้ก็ยังเหมือนเดิม
คนยิ้มดูอ้วนขึ้น แต่ยังยิ้มเหมือนเดิม
เมนูก็ยังเป็นเมนูที่เขียนด้วยลายมือเหมือนเดิม
ทุกอย่างที่นี่เหมือนถูกหยุดเวลาไว้

คนยิ้มพยายามชวนเราคุย คุยกันไม่เข้าใจอยู่ตั้งนาน
จนสุดท้ายจับใจความได้ว่า เค้าบอกว่าตัวเค้ามาจากบราซิล
อ่อออ เราก็เลยบอกว่าเรามาจากไทยแลนด์ นั่นคือเรื่องเดียวที่คุยกันแล้วเข้าใจ
นอกนั้นถึงพยายามแค่ไหนก็แปลไม่ออก
เรานั่งดูเมนูทุกรายการในลิสต์อย่างช้าๆ แล้วเลือกอันที่เราอยากกินที่สุด
มันคือ เนื้อแห่งความลับ 55+ ชื่อมันเขียนไว้ว่า Secreto Plancha
คุ้นๆว่า รายการนี้เคยเห็นเมื่อคราวที่แล้วที่มา

จบจากเมนูอาหาร เป็นธรรมเนียมของร้านที่คนยิ้มจะมาไล่เรียงให้ฟังช้าๆว่า
ของหวานวันนี้มีอะไร เป็นสิ่งที่เราชอบฟังทุกครั้งที่มาร้านนี้
แล้วครั้งนี้มันก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
คนยิ้มยังคงทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่องด้วยการบอกทุกรายการแบบช้าๆ
สุดท้ายเราสั่ง Flan จริงๆมันก็ไม่อร่อยหรอก เราไม่ได้ชอบ แต่เราอยากกิน 55+
ไม่มีเหตุผล แต่รู้สึกว่า ชอบเวลาคนยิ้มออกเสียงคำว่า ฟลาน.....
 
ออกจาร้าน เดินกลับโรงแรมแบบไม่ต้องกลัวหลงทางเหมือนเดิม
เดินไปเรื่อยๆ ฝ่าอากาศหนาว แต่หัวใจอุ่นชะมัด
ดีใจที่สุดที่ได้จบวันสุดท้ายในบาร์เซโลนาด้วยทุกสิ่งในวันนี้
อุ่น อิ่ม เต็ม ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
ว๊ากกกก ไม่อยากไปจากบาร์เซโลนาเลย
กลัวอ่ะ กลัวว่าการไปเมืองอื่นๆที่เหลือ
ในระยะเวลาที่เหลืออีกตั้งครึ่งค่อนทางจะทำให้เราเหงา
เพราะระยะเวลาที่อยู่ที่บาร์เซโลนา เราไม่เคยเหงาเลย
มีคนอยู่ด้วยทุกวัน มีคนให้พูดคุยด้วยตลอด วันนี้เราก็ได้คุยกับผู้จัดการของโรงแรม
เธอชื่อเอมม่า นิสัยดีมากๆ คุยกันเมื่อตอนเย็นตั้งนาน นานจนเรารู้สึกวา
เอมม่าเป็นเพื่อนใหม่อีกคนที่บาร์เซโลนามอบให้เรา
บาร์เซโลนาไม่เคยหยุดยั้งการสร้างมิตรภาพ
ไม่ว่ากี่ครั้งกี่หน มิตรภาพเต็มกระเป๋าทุกครั้งที่เมื่อหันกลับไปมองก่อนวันอำลา
ที่นี่ทำให้เราไม่อยากไปไหน เหมือนทุกคนเหนี่ยวรั้งเราไว้โดยไม่มีใครรู้ตัว
กรานาดาในวันพรุ่งนี้ จะยินดีต้อนรับเราด้วยความอบอุ่นแบบนี้มั้ยนะ
แอบหวั่นใจ T_T
คอยติดตามนะ

Comment

Comment:

Tweet

Hot! ....อ่านแล้วอยากไปเที่ยวเลย
surprised smile 'bike cool!'

#6 By tawato on 2012-07-30 13:39

ถ่ายภาพเก่งมากๆเลย Hot! Hot! big smile

#5 By Bright Bright on 2012-07-29 22:16

big smile

#4 By H2Olive on 2012-07-28 16:53

ชอบภาพ on duty, on vacation อะ
นึกถึงเพลงที่เค้าร้องว่า
กลับมายืนที่เดิม ที่ที่เคยคุ้นตา
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#3 By Nirankas on 2012-07-26 12:09

@dew-yimyam ขอบคุณค่ะที่ยังแวะไปเยี่ยมเยียนติดตาม เพิ่งจะกลับเข้ามาอัพบลอกเหมือนกันค่ะ ก่อนหน้านี้ก็หายไปนานเหมือนกันล่ะ

#2 By I'am Ambryo on 2012-07-26 00:11

รูปแรก ทางเดินน่ากลัวค่ะ ส่วนพออ่านจบ เห็นของกินแล้วน้ำลายไหลเลยหล่ะค่ะ อิอิ 
ทุกสถานที่ ทุกเหตุการณ์ ในอดีต พอเรากลับไปยืนอยู่ตรงจุดเดิม ก็ยิ้มได้อย่างประหลาด

ช่วงนี้จับฉ่ายไม่ได้แวะมาที่บล็อคเลยค่ะ แต่ก็เข้าไปส่องเฟสบุ๊คอยู่บ่อยๆ อิอิ

Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By จับฉ่าย on 2012-07-25 22:01

Favourites