วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2555 (ต่อ)
 
 
 
และนี่..... คือหน้าตาของอาหารเที่ยง (ตอนบ่าย 3) ของวันเน้................
น่ากินม้ายยย อร่อยทุกอย่างเลย
โดยเฉพาะ "ชอคโกแลตต้องห้าม" รูปทางขวามือ (ชื่อในเมนูเขียนงิจริงๆ)
 
อาหารจานแรกเป็นสลัด เรากินหมดเลย อร่อยสุดๆ
น้ำสลัดก็อร่อย ชอบขนมปังกรอบที่ใส่มาในสลัดด้วย
 
ส่วนจานที่สอง เป็นไก่ที่มีชีสโปะหน้า
ลำพังแค่สลัดจานแรกก็ใหญ่บึ๊กเป้งจนแทบไม่เหลือที่ว่างในกระเพาะแล้ว
ไก่สองชิ้นแค่นี้ (ของจริงก็ก้อนใหญ่เอาเรื่องอยู่) ก็เลยโดนแทะเล็มไปได้แค่ชิ้นเดียว
 
แต่ก็ยังอยากกินของหวาน เพราะเห็นในเมนูมีชื่อคุ้นๆ
จำได้ว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่เคยมากินร้านนี้ได้กินชอคโกแลตที่อร่อยมาก................
มากแบบกินไปปลาบปลื้มไปจนน้ำตาแทบไหลที่ได้กิน (เว่อร์ไปเนอะ 55)
ก็เลยบอกเซอร์คิโอ้ว่า อยากกินของหวานอีก แต่กลัวกินไม่หมด สั่งแล้วเอามาแบ่งกันกินมั้ย?!?
 
แต่พอชอคโกแลตจานนี้มาถึง เซอร์คิโอ้ได้กินคำเดียว นอกนั้น...
เรายึดจานลากมาวางตรงหน้าแล้วจัดการซะเกลี้ยงเลย  55555
 
.................................................................. 
 
อิ่มแปล้ พุงปลิ้น กลิ้งออกมาจากร้านอาหารตอน 4 โมงครึ่ง
My Guide & I ยังคงเหลือมิชชั่นสุดท้ายที่ต้องพิชิต นั่นก็คือ
การมุ่งหน้ากลับไปหาโบสถ์ Santa Maria Del Mar
 
 
พวกเราเดินเลือกเดินผ่านทางถนนใหญ่อีกเส้นที่ชื่อ Via Laietana
ถนนเส้นนี้ก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนานให้กล่าวขานจดจำเช่นกัน
ในครั้งสงครามกลางเมืองยุคนายพลฟรังโก้   
เลือดเนื้อของชาวคะตะลันมากมาย เคยไหลนองอาบแผ่นดินตรงนี้
 
 
 
มาถึงโบสถ์ Santa Maria Del Mar ในเวลาพระอาทิตย์ใกล้จะลาลับแล้ว
ที่นี่เป็นโบสถ์ขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก
แต่ข้างในสวยนะ เข้าไปนั่งแหงนมองฝา แชนเดอเลีย หลังคา
แล้วรู้สึกสงบ อุ่นหัวใจยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก แต่เลิฟๆ (อีกแล้ว) จริงๆ ^^
 
 
ออกจากโบสถ์ Santa Maria Del Mar เดินกลับย้อนมาทาง El Born
ตอนนี้เป็น El Born ที่ต่างจากเมื่อเช้าแล้ว
เป็น El Born ที่เหมือนภาพจินตนาการในหนังสือ Homage to Barcelona มากขึ้นไปอีก
 
แสงไฟจากร้านค้า และโคมไฟตามท้องถนนเหมือนอยากส่งกระแสจิตบอกทุกคนว่า 
เวลาของการสังสรรค์ในวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นแล้ว เอ๊า ชนแก้วววววว
 
ผู้ใดที่คิดว่าราตรีในบาร์เซโลนาคือเวลาสำหรับการกลับไปซุกหน้าลงกับหมอนบนที่นอนนุ่มๆ
เราขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่
ผู้นั้นได้ทำเวลาอันมีค่าหล่นหายไปแบบไม่รู้ตัว
"ราตรีไม่เคยหลับที่บาร์เซโลนา"
อันนี้เรื่องจริง !!!!!
 
 
.................................................................. 
 
เราบอกเซอร์คิโอ้ว่า เซอร์คิโอ้ทำให้แผนที่เราเตรียมไว้
สำหรับเดินชิลล์เป็นเวลา 2 วันที่บาร์เซโลนา สำเร็จลุล่วงได้ในวันนี้เพียงวันเดียว
ฟังดูเหมือนดูดีเนอะ แต่แล้วพรุ่งนี้ตรูจะไปไหนล่ะเพ่ T_T
เซอร์คิโอ้ได้ยินความจริงถึงกับสะดุ้งโหยงตกใจ
ก็เดินกันไป คุยกันไป แวะถ่ายรูปไป ไม่มีใครทั้ง My guide ท้ง I จะมาทันคิดว่า
"วันนี้เราเดินกันจะครึ่งโลกแล้วรึัยัง" จนเมื่อเอาก้นหย่อนลงเก้าอี้เท่านั้นแหละ
จ๊ากกกก เมื่อยมากกกกกก ขาจะหลุด เท้าจะแตกสลายยยยย
 
แต่เราก็ยังเหลืออีกที่นึงที่อยากไป ที่แห่งนั้นคือ ชายหาด Barceloneta
เราอยากไปดูตึกที่สร้างเหมือนเอากล่องมาต่อกันเอียงๆที่ชายหาด
อธิบายยังไง ทำท่ายังไง เซอร์คิโอ้ก็นึกไม่ออก
เราก็ไม่รู้ว่าตึกนี้มันชื่ออะไร รู้แต่เป็นงานศิลปะที่ใครซักคนมาสร้างไว้
จนทุกวันนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของชายหาดแห่งนี้ไปแล้ว 
 
ก็เดินไปจนไอ้ตึกนี้จะชนหน้าเอาอยู่แล้ว
เซอร์คิโอ้ก็ยังไม่รู้ว่า ไอ้สิ่งนี้มีอยู่ในบ้านเมืองมันด้วยหรือ ตั้งแต่เมื่อใด ???~    
 
 
ไกลออกไปนั่นเป็นตึกรูปเรือใบ
ตึกหน้าตาแบบนี้ก็มีคล้ายๆกันหลายที่เนอะ ถ้าจะไม่ผิดน่าจะดูไบป่ะ
 
ลมทะเลทำให้อากาศตอนนี้หนาวววววลงไปอีก
แถมชายหาดตอนพลบค่ำบรรยากาศเริ่มดูน่ากลัวแฮะ
มีคนแปลกๆ น่ากลัวๆ ตะโกนโหวกเหวกโวยวายเต็มไปหมด
พวกเราก็เลยเดินกลับ (ดีกว่า)
 
 
เซอร์คิโอ้บอกว่าจะมีเพื่อนอีกคนมาหา แล้วจะพาไปกินข้าวเย็นกัน
ร้านแรกที่ไปคือ Irish Bar แห่งนึง แต่โป๊ะเช๊ะ วันนี้มันคือวันเซนต์ แพทริก
ไม่รู้เหมือนกันวันอะไร แต่คนไอริสฉลองกันใหญ่จน Irish Bar แทบระเบิด
พวกเราก็เลยเปลี่ยนร้านใหม่ ไปเป็นร้านชื่อนี้ โอบาม่า
 
 
 
 
เพื่อนของเซอร์คิโอ้ ชื่อเขียนว่า Sergio เหมือนกัน
แต่อ่านไม่เหมือนกัน เพราะฮีเป็นคนอิตาลี
Sergio อิตาลีพูดอังกฤษได้นิดเดียว แต่แฟนของ Sergio อิตาลีมาจากอิรัก ชื่อริต้า
ริต้าพูดอังกฤษ ได้คล่องปรื๋อเลย 55+ ชอบๆ เจองิถูกใจ ต้องขอเมาท์ให้หายบื้อใบ้ไปเลย
 
พอเราสองคนผู้หญิงเจอกัน เราก็พูดๆๆๆๆ กันไ่ม่หยุด
ปล่อยสอง Sergio นั่งตาแป๋ว ถ่างหูฟังตาปริบๆ
 
เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาของอาหาร ทุกคนเลยสั่งเบียร์มาดื่มกันก่อน
ยกเว้นเรา ที่รีเควสอย่างไว ขอน้ำเปล่าแรงๆ มาซัก 1 ขวด
แบบว่าเดินมาทั้งวัน ขาดน้ำอย่างหนัก คอแห้งสุดๆ
 
ก็นั่งชิลล์เมท์แตกกันจนได้เวลาอาหารค่ำ
น้องสาวอีก 2 คนของริต้าก็ตามมาสมทบ
รัน และ รีม่า ทำให้เรารู้สึกเป็นกันเองมากจริงๆตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน ^^
 
 
เมื่อคณะมาครบ เราทั้งหมดก็ย้ายถิ่นฐานออกไปหาร้านทาปาสกินกันเบาๆ แถวถนนลา รัมบล้า
แอบขอลองชิมเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ เห็นเซอร์คิโอ้กิน เลยอยากลองบ้าง
ซดไปทั้งขวด ขมอย่างเดียว ไม่เมา 555 แปลกดี กินเบียร์ ไม่เมา
 
ก่อนจะกลับเจอป้ามากาเรตต้าโดยบังเอิญที่ร้านนี้ด้วย
ป้าดีใจมาก (อีกแล้ว) กระโดดกอดกันตัวกลมดิ๊กเลย ^^
 
ตี 1 กว่าก็ได้เวลาแยกย้ายจากกัน
ริต้า รัน รีม่า ให้ที่อยู่อีเมล์ไว้ ต่อจากนี้เราจะยังเจอกันใน facebook ^^
 
เซอร์คิโอ้เดินมาส่งเราที่โรงแรม เป็นอันสิ้นสุดภารกิจของ My Guide & I
สำหรับการเดินด้วยสองเท้า อันมิอาจประเมินระยะทางได้ในวันนี้
สนุกจนลืมเหนื่อย พอหยุดเดินเท่านั้นแหละ เมื่อยยยยยยยเว้ยยยยยย ขาจะหลุดแล้วววววว 
 
 
พรุ่งนี้ยังมีโปรแกรมเที่ยวต่อ แต่ขอเอาไว้คิดพรุ่งนี้เช้า ว่ายังเหลือที่ไหนที่อยากไป 
แบบว่าเหนื่อยมากมาย ตาจะปิด เพลียสุดๆ
 
 
 
รออ่านในเอนทรี่หน้านะจ๊ะ ว่าจะพาไปตะลุยหลืบรูไหนอีกในบาร์เซโลนา
(ได้ข่าวว่า ไปมาจะทั่วเมืองแล้ว) ^^

Comment

Comment:

Tweet

เมืองสวยมากเลยค่ะ ชอบรูปดาวตกจังเลย big smile

แต่น่าตีนัก เอารูปของกินมายั่ว tongue tongue tongue

Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By จับฉ่าย on 2012-04-22 21:43

ลมทะเล ทำให้อากาศหนาวขึ้น จริงๆ
เดินชายหาดแบบหนาวเหน็บก็อารมณ์อีกแบบ ฮาาา

บาร์เซโลน่า ช่างน่าไปเดินนัก
อยู่แถวนี้ สงสัยเป็นเพราะอากาศเย็น ทำให้เราเดินได้มากขึ้น

มาคิดๆดูแล้ว มาอยู่นี่ไม่กี่เดือน
ตัวเองน่าจะเดินเยอะกว่าอยู่ไทยปีนึงเลยมั้ง ฮ่าๆ

sad smile double wink

#4 By Rhizopus ❤ on 2012-04-21 02:52

ช็อกโกแล็ตน่าหม่ำ แต่ตอนนี้อ้วนพอแล้ว ขอบาย
โบสถ์อลังการขนาด สูงปานตึกห้าชั้น
เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ เหมือนรูทเบียร์ปะ
สอง ฮ่าๆๆ
Hot! Hot! Hot!

#3 By Nirankas on 2012-04-20 20:49

confused smile confused smile
เมืองสวยมาก
อาหารก็น่าอร่อย
Hot! Hot!

#2 By Dache on 2012-04-20 08:39

Hot! Hot! Hot!

เมืองสวยมากๆเลยนะครับ..

มีตึกหน้าตาแปลกๆเยอะเลย^^confused smile confused smile

Favourites