เมื่อมีตั๋วเครื่องบิน ซื้อตั๋วรถไฟอยูในมือแล้ว และใบจองโรงแรมทุกค่ำคืนก็พร้อมแล้ว
ขั้นตอนสำคัญที่สุดก็มาถึง คือ การเตรียมเอกสารไปยื่นขอวีซ่า
 
การขอวีซาเชงเก้นเข้าประเทศสเปนในแบบ short term visa (tourist visa อยู่ในกรุ๊ปนี้)
ตอนนี้เปลี่ยนจากที่ต้องจองคิวและเดินทางเข้าไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง
ตามวันเวลานัดที่สถานทูตสเปน มาเป็นยื่นด้วยตัวเอง(เหมือนเดิม)ที่ศูนย์รับวีซ่า VFS
ข้อมูลทั้งหมดของการยื่นขอวีซ่าบอกไว้หมดที่เวบของ VFS
แต่ข่าวร้ายคือ รายละเอียดทั้งหมดมีแต่ภาษาอังกฤษ
มีปุ่มกดเลือกภาษาไทย แต่..... ไม่มีการเปลี่นแปลงอะไรหลังกด กดแล้วกดอีกก็เหมือนเดิม
 
เราก็เลยต้องพิมพ์ออกมาอ่านตีความกันทีละบรรทัด แบบว่าไม่ให้พลาดแม้แต่ข้อเดียว
{เราเขียนเอนทรี่นี้หลังจากผ่านพ้นการขอวีซ่ามาแล้ว
ก็เลยถือโอกาสอธิบายขยายความตามที่ได้เจอมากับตัว ลงในวงเล็บเพิ่มไปเลยนะ}

 
เอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้มีดังนี้
1. แบบฟอร์มขอเชงเก้นวีซ่าที่กรอกครบถ้วนแล้ว "2 ชุด"
(กรอกไม่เป็น เขียนไม่ถูก ไม่ต้องกลัว ไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคาท์เตอร์เพิ่มได้
หน้าที่ของเค้าคือช่วยเราเช็คเอกสารให้ครบเพื่อการขอวีซ่าที่หวังผล เค้าไม่กัด ถามได้
และศูนย์ VFS เค้าก็บังคับเก็บค่า service charge รวมไปในค่าวีซ่าแล้ว
ถึงไม่ใช้ ไม่เอา แต่เราก็ต้องจ่าย)
 
2. พาสปอร์ต และ สำเนา
(มีเงื่อนไขวันหมดอายุของพาสปอร์ตด้วย อันนี้แปลไม่ออก อะไรๆ 3 เดือน นี่แหละ ^^
เอาเป็นว่าใครพาสปอร์ตใกล้จะหมดอายุก็ลองเช็คดูดีๆแล้วกัน
ส่วนสำเนาพาสปอร์ต เค้าก็จะประทับตรา VFS แล้วก็เอาไ้ว้เป็นใบรับพาสปอร์ตคืน
VFS ฉลาดดี ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย คนยื่นต้องถ่ายเอกสารมาเองซะอีก)
 
3. รูปถ่ายสี พื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว 2 ใบ (ติดลงไปบนแบบฟอร์มของเชงเก้นวีซ่าได้เลย)
 
4. ประกันการเดินทาง วงเงินไม่ต่ำกว่า 30000 ยูโร (ดูลิสท์รายชื่อจากในเวบได้
เราซื้อแบบระยะสั้น 15 วัน เพื่อให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาเดินทาง
ส่วนมากบริษัทประกันจะรู้อยู่แล้วว่า ทำประกันการเดินทางไปขอวีซ่าเชงเก้น ต้องซื้อแบบไหน)
 
5. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ตั๋วยังไม่ต้องคอนเฟิร์มก็ได้ แค่จองก็โอเคสำหรับการขอวีซ่า
ถ้าได้วีซ่าแล้วค่อยส่งตัวจริงให้สถานทูตอีกที (เค้าบอกมางินะ แต่ไม่รู้จริงๆ ขั้นตอนเป็นยังไง)
แถมยังมีปิดท้ายว่า ถ้าการเดินทางมีหลายจุดหมายปลายทาง
ต้องแสดงรายละเอียดของการเดินทางทั้งหมดให้ดูด้วย
และสเปนต้องเป็นจุดหมายปลายทางหลักของการเดินทางทริปนั้น
 
6. เอกสารที่ระบุจุดประสงค์การเดินทางและแผนการเดินทาง
    a. ถ้าเป็นการเดินทางท่องเที่ยว ให้ส่งแผนการท่องเที่ยว
และรายละเอียดของวิธีการเดินทางระหว่างเมืองหรือระหว่างประเทศด้วย
(อันนี้เราทำเป็นแพลนแบบระบุทุกวันเลยว่าไปที่ไหนบ้าง โชคดีที่คิดไว้ละเอียดตั้งแต่ต้น
ดีทั้งกับตัวเองและได้ประโยชน์ทั้งกับขั้นตอนนี้ของการขอวีซ่า
แล้วเราก็ส่งตั๋วเครื่องบินและตั๋วรถไฟทั้งหมด รวมถึงใบจองที่พักทุกค่ำคืนในสเปน
เพื่อยืนยันความตั้งใจว่า วางแผนแล้วครบถ้วนจริงๆ ให้หนูไปเถ๊อะะะ)
    b. ถ้าเป็นการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง
ต้องส่งจดหมายเชิญที่ออกโดยสถานีตำรวจที่สเปน
รายละเอียดตรงนี้ดูจะเยอะแยะ ขอผ่าน เราไม่ได้ไปพำนักกะใคร ไม่ต้องทำข้อนี้
 
7. เอกสารที่ระบุสถานะทางการเงิน
    a. ใบรับรองการทำงานที่ออกโดยบริษัท
    b. สมุดบัญชีที่เป็นปัจจุบัน หรือ statement จากธนาคาร และต้องมีเงินเพียงพอ
กับการใช้จ่ายตลอดระยะเวลาของการเดินทาง (ข้อนี้ตอนแรกลังเลว่าแค่สมุดบัญชีพอมั้ย
ก็เลยไปขอ statement จากธนาคารเพิ่มอีก Statement เสียค่าธรรมเนียมการออก 200 บาท
แต่ถ้าเป็นใบรับรองสถานะทางการเงิน เสียแค่ 100 เดียว ธนาคารออกให้ตรูเป็น Statement
เสีย 200 ฮึ่มมมมมม เอามะ เสียเยอะๆ ดี!!!!)
(ตอนไปรับวีซ่า ถามเจ้าหน้าที่ว่า จำเป็นมั้ยที่ต้องขอ Statement หรือ ใบรับรองจากธนาคาร
เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างละเอียดเลยว่า ถ้าสมุดบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน เช่น
ฝากเก็บลงไหใต้ถุนบ้านไว้นานปีแสงแล้ว ก็ให้ไปทำให้บัญชีมันขยับ ถอนออก ฝากเข้า อะไรก็ได้
ทีนี้ก็เป็นปัจจุบันแล้ว แค่นี้ก็ใช้ได้
อุบ๊ะ!! แล้วทำไมตรูไม่โทรมาถามศูนย์นี่แต่ทีแรก เสีย200 เรยยย
อืม ก็ถือเป็นค่าประสบการณ์เนอะ 200/40 เหลือ 5 ยูโร เศษเงินมว๊ากกกกกก)
 
---------------------------------------------------------------------------------
 
ระหว่างนั้นขณะกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนแผนการเดินทางเอาไว้ส่งทำวีซ่า
พลันจู่ๆ หูก็ได้ิยินเสียงทีวีรายงานข่าว สายการบินชื่อคุ้นๆหู ประกาศปิดการให้บริการ
"เที่ยวบินสุดท้ายของ Spanair ลงจอดตามตารางในคืนวันที่ 27 ม.ค.
และประกาศล้มละลายในทันที ปล่อยผู้โดยสารติดค้างเกยตื้นคาสนามบินเป็นหมื่น"

เฮ้ยยย แล้วตั๋วกรูล่ะะะะะะะ
 ได้ยินข่าวปั๊บ หยุดเขียนเลย ต้องรีบไปหาข้อมูลจากกูเกิลทันที เซ็งค่อตตตต.....
 
10 วันให้หลัง จากที่ข้าพเจ้าซื้อตั๋ว สายการบินก็มีอันเป็นไปทันที โฮกกกกกก
ถ้าจะบอกว่าผิดว่าพลาดที่จองตั๋วเครื่องบินโดยที่ไม่ดูผลประกอบการของสายการบิน
มันก็คงไม่ต้องขนาดนั้นมั้ง คิดซะว่า คราวเคราะห์พาดผ่านแล้วกัน
เหตุสุดวิสัย เกินใครจะหยั่งรู้
น้องปิ่นบอกว่า ทำไมพี่แอมไปไหน ต้องมีแต่เรื่อง 55+
 
แต่คนที่ซวยและน่าสงสารกว่าคงเป็นผู้โดยสารที่ถูกปล่อยลอยแพกลางสนามบินนั่น
ค่าตั๋วจริงๆ เราจ่ายไปแค่ 27xx บาท เป็นไฟล์ทจากบาร์เซโลนาไปกรานาดา
ถ้าไม่ได้คืนก็คงตัดใจได้ มันไม่แพงมาก
แต่ต้องเสียเวลาทำเรื่องของคืนเงินและหาตั๋วใหม่นี่สิ :( 
 
ตอนนี้ก็เหลือตัวเลือกตัวสุดท้าย หลังจาก Spanair ตัดช่องกว้าง
ลำบากชาวบ้านลาโลกไปแล้ว ก็เหลือแต่ Vueling เท่านั้นเป็นที่พึงสุดท้าย
โชคดีมากๆที่เวลาบินของ Vueling แทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับ Spanair
ทำให้ไม่กระทบแพลนที่วางไว้
 
จริงๆ ลุคของสายการบิน Vueling เหมือนจะดูดีกว่า Spanair นะ
เรารู้จัก Vueling ตั้งแต่ครั้งที่ไปสเปนเมื่อ 2 ปีก่อน สายการบินนี้จะสีเหลือง
ผุดผ่องใกล้เคียงกับนกแอร์ แต่เพราะความขี้เกียจไม่อยากไปงงกับเงื่อนไขของ
การเก็บเงินเพิ่มสำหรับกระเป๋าที่โหลดขึ้นเครื่องของ Vueling เราก็เลยไปเลือก Spanair
ดีนะเนี่ยที่ผิดเอง คิดเอง ตัดสินใจเองคนเดียว
ไม่มีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนใดมาร่วมชะตากรรม
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีของการเดินทางคนเดียว
ผิดเอง โทษตัวเอง จบ ไม่ต้องหงุดหงิดกับใคร

Spanair ที่เป็นอดีตไปแล้ว {photo from link}
 

และนี่คือโฉมหน้า Vueling {photo from link}

เราตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินจากบาร์เซโลนาไปกรานาดาด้วยสายการบิน Vueling
กับทางเอเจนซี่ที่เมืองไทย เพราะยังเขย็ดขยาดกับการต้องไปตามทวงเงินคืนด้วยตัวเอง
ความเดือดร้อนของเรายังลุกลามไปถึงพี่โอเว่นที่ปรึกษากิติมศักดิ์ด้านการเดินทาง
ป้ามากาเรตต้าที่บาร์เซโลนา และลูกพี่เฟอร์นันโด้ที่ลอนดอน
ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในทริปนี้กันถ้วนทั่วทีเดียว
(จากประสบการณ์สอนว่า ถ้าสายการบินเจ๊ง เอเจนซี่ต้องทำหน้าที่เดินเรื่องทวงเงินให้
ได้ไม่ได้ไม่รู้ล่ะ แต่ว่าไม่ต้องทำเอง ตามข่าวเอง และแปลภาษอังกฤษแบบ Spanlish เอง
ทำเอากรูกลุ้มมากกก)

หลักฐานความพยายามในการช่วยเหลือของป้ามากาเรตต้า
ในการไปยื่นเอกสารขอ refund เงินค่าตั๋วคืนให้
 
---------------------------------------------------------------------------------
 
วันที่ 8 กุมภา วินาทีหลังจากตั๋ว Vueling ถูกพริ้นท์ออกจากพรินเตอร์ของบริษัท
เราก็วิ่งแจ้นออกไป VFS ทันที ลากิจ private leave ครึ่งวันมันวินาทีเดียวกันนั่นแหละ
กลับมาค่อยเอาใบลาให้เซ็น คือแบบว่ารีบมว๊ากกกกก จริงๆ
 
ทำไมต้องรีบขนาดนั้น ?~
ก็เพราะว่า วีซ่าใช้เวลาพิจารณา 15 วัน (ตอนแรกยังไม่รู้ว่า 15 วันนี่นับรวมเสาร์อาทิตย์ด้วยมั้ย)
ก็เลยกังวล(อีกแล้ว)ว่ากลัวจะช้าเกินไป เกิดวีซ่ามีปัญหา ยืดเยื้ออีก ก็จะไม่ทันการ
 
ข้อดีของการรับยื่นเอกสารผ่านทางศูนย์รับวีซ่า VFS ก็คือ ไม่ต้องนัดวันล่วงหน้า
ไปตอนไหนก็ได้ตามสะดวก ตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 ถึง 16.00 น.
แถมศูนย์รับวีซ่า VFS ยังอยู่ติดรถไฟสถานีเพลินจิตด้วย สะดวกมากกก ชอบ 
ออกจากออฟฟิสตอนบ่าย 2 ครึ่ง ไปถึงโน่นก็บ่าย 3 ครึ่ง มือยังสั่น หายใจยังหอบอยู่เลย
เค้าให้กรอกเอกสารเพิ่ม ตัวหนังสือแทบไม่เป็นตัว
จ่ายค่าวีซ่าพร้อมค่าธรมเนียมไป 3500 บาท
เป็นเงินก้อนใหญ่อีกก้อนที่หลุดลอยออกจากกระเป๋าไปเพื่อทริปนี้
 
ยื่นวีซาเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมานั่งรอผล ลองเข้าไปเชคผลในเนตเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีอัพเดต
จนกระทั่งผ่านไป 15 วัน นับ 1 2 3 มาตามปฏิทินเป๊ะๆ เวบแจ้งผลก็มีข้อความใหม่ปรากฎขึ้นมา
ประมาณว่า พาสปอร์ตถูกส่งกลับมายังที่ศูนย์แล้ว
เอ.... นี่จะให้ตรูแปลได้ว่ากระไรหนอออออ
ก็เลยต้องกดโทรศัพท์ไปถาม รอสายนานมากกกกก
ฟังเสียงเครื่องอัตโนมัติพูดวนไปวนมาเชิญชวนให้เปลี่ยนใจเข้าไปดูข้อมูลในเวบแทน
ตรูไม่ดูแล้วเว้ย อย่ามาหลอกล่อให้หลงเชื่อ กรณีนี้ต้องถามจากปากเจ้าหน้าที่เท่านั้น
รอจนหูชา พอคนจริงๆรับสายขึ้นมา เกือบไม่ทันได้ตั้งตัว คิดว่ายังเป็นสายอัตโนมัติพล่ามอยู่
เจ้าหน้าที่บอกว่า วีซ่าได้แล้ว มารับได้เลย ฮู่เย่!!!~
แต่ตอนนั้นเป็นวันศุกร์ จวนเจียนจะหมดเวลารับวีซ่าแล้ว
ก็เลยต้องไปเอาวีซาในวันจันทร์ที่ 27 กุมภา วันเกิดเราพอดี
ได้ของขวัญวันเกิดเป็นวีซ่าสเปน ^^
 
แต่ก็ยังไม่วายเกิดเรื่องกลุ้มใจ เพราะวีซ่าได้มาแค่ 15 วัน แต่ว่าเราไปอยู่ในสเปนถึง 13 วัน
กลัวว่าถ้าเกิดเรื่องราวดีเลย์มีปัญหาอะไร แล้วออกนอกประเทศเค้าช้ากว่ากำหนด
คราวต่อไปจะมีปัญหาในการขอวีซ่ารึเปล่า (คิดไกลจริงตรู ข้ามชอร์ตถึงอนาคตตล๊อดดด)
แต่ก็พอเข้าใจว่า เค้าคงมีเงื่อนไขการให้วีซ่าให้ลงล็อค 15, 30, 45 ไรงิป่ะ เดาเอา ^^
 
เอาล่ะ ได้วีซ่ามาแล้ว ลัลล้า สบายใจ
พรุ่งนี้จะมาพล่ามต่อแบบยาวกว่าเดิม กับการเตรียมหาข้อมูลในสมอง ^^
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอสอบถามนะคะว่า
ช่วงที่ต่อเครื่องที่ Dubai
เราต้องทำอย่างไรบ้างคะ ยุ่งยากมั้ยคะ
ที่ต้องถามละเอียดเพราะว่าไม่เคยต่อเครื่องคะ
เนื่องจากการบินไทยเต็ม
ตอนนี้ได้ตั๋ว Emirate คะ
มี Plan ไปประชุมทีสเปน 4-14 พย 55คะ

#4 By supatra (103.7.57.18|202.28.179.5) on 2012-09-01 17:17

7. เอกสารที่ระบุสถานะทางการเงิน
<span style="white-space: pre;"> b. สมุดบัญชีที่เป็นปัจจุบัน หรือ statement จากธนาคาร และต้องมีเงินเพียงพอ
กับการใช้จ่ายตลอดระยะเวลาของการเดินทาง (ข้อนี้ตอนแรกลังเลว่าแค่สมุดบัญชีพอมั้ย
ก็เลยไปขอ statement จากธนาคารเพิ่มอีก Statement เสียค่าธรรมเนียมการออก 200 บาท
แต่ถ้าเป็นใบรับรองสถานะทางการเงิน เสียแค่ 100 เดียว ธนาคารออกให้ตรูเป็น Statement
เสีย 200 ฮึ่มมมมมม เอามะ เสียเยอะๆ ดี!!!!)
(ตอนไปรับวีซ่า ถามเจ้าหน้าที่ว่า จำเป็นมั้ยที่ต้องขอ Statement หรือ ใบรับรองจากธนาคาร
เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างละเอียดเลยว่า ถ้าสมุดบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน เช่น
ฝากเก็บลงไหใต้ถุนบ้านไว้นานปีแสงแล้ว ก็ให้ไปทำให้บัญชีมันขยับ ถอนออก ฝากเข้า อะไรก็ได้
ทีนี้ก็เป็นปัจจุบันแล้ว แค่นี้ก็ใช้ได้

<span style="white-space: pre;"> </span>จำเป็นต้องมีเงินฝากในบัญชีไหมค่ะ ถ้าถ้ามีต้องมีเท่าไหร่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ 
</span>

#3 By yuna (103.7.57.18|171.97.166.63) on 2012-08-09 22:42

ชอบมีเรื่องนะพี่แอม 5555555

แต่ดู การขอวีซ่าละยุ่งยากจัง ไม่เคยไปไหนนอกป.เลย ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้

#2 By pin (10.5.55.97, 58.8.85.62) on 2012-04-07 00:59

ขอบคุณสำหรับข้อมูล
มาอัพเรื่อยๆนะ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-04-03 08:57

Favourites