When I'am Finished - ลิขิตแห่งรัก

posted on 23 May 2010 20:52 by ambryo in iRead

บ่ายวันอาทิตย์ กับหนังสือสักเล่ม ก่อนนอนหลับพักผ่อน ถึงกับทำเอาไม่ได้หลับได้นอน
เพราะ " ลิขิตแห่งรัก (Skylight Confessions) "

ต้องเอ่ยถึงที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ซะก่อนว่า บังเอิญไปอ่านเจอรีวิวจากในนิตยสารซักเล่ม แค่ข้อความชี้นำไม่กี่ประโยคก็ทำให้ถึงกับถ่ายรูปใส่มือถือไว้เป็นพยาน เมื่อเจอตัวจะได้สอยมาครอบครองชนิดไม่ผิดพลาด

ยามเมื่องานสัปดาห์หนังสือเดือนเมษา 2010 ที่ผ่านมา
ร่อนเอื่อยเฉื่อยฉิวไปเก็บหนังสือคอลเลกชั่น J-Suspense คินดะอิจิ ให้ครบเซตตามหน้าที่
ทั้งๆที่จริงๆ ตกค้างขาดการติดตามอ่านมาหลายเล่มแล้ว และ Bliss ก็ขยันออกได้ออกดี งานหนังสือทีคลอดคราวละ 2 เล่ม ตามอ่านซะแทบไม่ทัน
ระหว่างเดินเตร็ดเตร่ชมหนังสือที่ออกใหม่รายอื่นๆในบูท โชคชะตาก็นำมาให้เราผ่านมาพบกันอีกครั้ง แม้หน้าปกหนังสือจะไม่เหมือนต้นฉบับ เพราะคราวนี้เป็นการตีพิมพ์ถ่ายทอดผ่านการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ชื่อเรื่องที่คุ้นหู คุ้นตา ทำให้ไม่ต้องการเวลาตัดสินใจอีกแล้วว่า มะ!! เรากลับบ้านพร้อมกัน

ด้วยขนาดที่ไม่หนาจนล้าที่จะลุ้นว่าตอนจบจะเป็นเช่นไร ทำให้ "ลิขิตแห่งรัก" ชนะใจการคัดเลือกสำหรับการอ่านในวันว่างของบ่ายวันอาทิตย์สุดท้าย ก่อนไปโต้คลื่นลมแรงของการงานในวันพรุ่งนี้

แนะนำตัวกันก่อนว่า "ลิขิตแห่งรัก" มีรูปร่างกะทัดรัด หนาเพียง 208 หน้า ไม่นับรวมปกหน้าหลัง ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วน แบ่งเป็น

บทที่ 1 วิญญาณรัก
บทที่ 2 บ้านดาว
บทที่ 3 แผนที่สีแดง

ทั้งหมดนี้ถูกเปิดผ่านตา แปลผลผ่านสมอง และ ตรึกตรองด้วยหัวใจ ภายในเวลาร่วม 6 ชั่วโมง อย่างชนิดไม่วางมือ (แต่มีแอบไปเช็ดน้ำตาบ้าง เป็นระยะๆ)
เพียง 50 หน้ากว่าๆ ผ่านไป น้ำตาใสๆก็ต้องไหลให้กับชีวิตที่เชื่อในพรหมลิขิต และ ชะตาจากสวรรค์ ของ อาร์ลีน ซิงเกอร์ สาวน้อยผู้เพิ่งข้ามพ้นวันเวลาของการจากลาจากบิดาอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวหนึ่งเดียวของชีวิต ความเดียงสาในชีวิตทำให้อาร์ลีนต้องพบกับความโศกเศร้าและเดียวดายจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต กลิ่นอายของความลึกลับและภาพในจินตนาการชัดเจนจนแทบจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศ ความหม่นหมอง หรือแม้แต่แสงแดดที่สาดส่อง
จบบทแรกดั่งไม่คาดว่า เนื้อหาอีก 2 ส่วนที่เหลือนั่นคือส่วนต่อเนื่องจากเรื่องราวของบทนี้หรื่อไม่ เพราะบทที่ 1 มันจบได้โดยสมบูรณ์ในตัวมันเองชนิดที่ว่าปิดประตูลงกลอน ให้เช็ดน้ำตากันเป็นกิจลักษณะกันได้

ก้าวสู่บทที่ 2 ความโศกเศร้าเริ่มจางหาย กลิ่นอายของความลึกลับเริ่มจากลา แต่กลายเป็นความชัดเจนขึ้นของชีวิต ตัวละครจากหนึ่ง สอง สาม ในบทแรก เริ่มก้าวเข้ามาเป็นสี่ ห้า หก .......
น้ำตายังคงซึมออกมาเป็นระยะให้กับบางช่วงบางตอนในชีวิตของลูกทั้งสองที่เกิดจากอาร์ลีน รวมทั้งการสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของเธออย่างไม่จางหาย
หลากหลายความยุ่งยากในชีวิตที่ต่างพัวพันกันอย่างมีเงื่อนงำยังเกาะเกี่ยวแข้งขาให้เราไม่อาจหยุดยั้งการติดตามได้

บทที่ 3 ยังคงเผยความสัมพันธ์และเรื่องราวที่คั่งค้างอย่างต่อเนื่อง จุดจบของบางสิ่งและการพลิกผันในช่วงท้ายๆ กระตุ้นต่อมน้ำตาได้อีกเล็กน้อย
ในขณะที่บรรทัดสุดท้ายของการจากลา ไม่ได้คลี่คลายอย่างหมดจดแบบเรื่องราวหลายๆบทตอนที่ผ่านพ้นมา

เป็นนิยายที่ตราตรึงใจและสั่นสะเทือนอารมณ์ได้อย่างงดงาม
ด้วยที่ขนาดกระทัดรัด การดำเนินเรื่องที่กระชับ ไม่ต้องบรรยายยาวนานจนเล่มหนาเตอะ ยิ่งทำให้ "ลิขิตแห่งรัก" เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา
การเริ่มต้นแบบกระชากจิตใจ และจบอย่างคลี่คลาย เป็นการเปิดช่องทางอารมณ์ได้อย่างชัดเจน ต่อด้วยเรื่องราวที่หนักและมากเนื้อหาในช่วงกลางที่ช่วยให้อารมณ์ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงบทสุดท้ายที่ค่อยๆผ่อนคลายและจบแบบไม่จำเป็นต้องกระจ่างใสและอธิบายทุกสิ่งแบบที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ลดน้อยลงแต่อย่างใด มันกลับชัดเจนและตราตรึงอยู่ในห้วงความคิดแม้กระดาษทุกแผ่นจะถูกปิดทับแนบเรียงกันไปหมดแล้วก็ตาม

ถ้าโชคชะตาลิขิตให้เราได้พบอีกในนามของ Skylight Confessions ฉบับต้นทางภาคภาษาอังกฤษ แน่นอนว่าเราจะได้กลับมาครอบครองและทำความรู้จักกันอีกครั้งบนพื้นฐานของการรู้จักกันในวันนี้ สัญญา ....   

บทสนทนาของแซมกับอาร์ลีน ก่อนที่เธอจะจากเค้าไปตลอดกาล

"อีกไม่นานลูกก็จะได้เอาสร้อยมุกของแม่ไปใส่กล่องสมบัติล้ำค่าที่แม่เตรียมไว้" อาร์ลีนว่า
"เก็บสร้อยนี้ไว้ให้น้องนะ"
"แล้วผมได้อะไร" แซมอยากรู้
"ลูกก็ได้แม่เป็นของลูกคนเดียวตั้งหกปีไงล่ะ" อาร์ลีนตอบ

ในสภาพที่อาร์ลีนไม่มีสิ่งใดเหมือนเดิมอีกแล้ว นอกจากจิตใจ
จอร์จรู้ข่าวและมาพบอาร์ลีนในวาระสุดท้ายของชีวิตของเธอ ที่คือบทสนทนาสั้นๆที่สะท้อนในจิตใจ

"เอาผ้าผูกตาผม" จอร์จพูดกับแจสมิน
"ผมไม่ต้องเห็นก็ได้ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ผมสัญญาว่าจะไม่มองคุณ" เขาบอกอาร์ลีน

Comment

Comment:

Tweet

แนวนี้อ่านบ่อยไม่ดีค่ะ เว้นแต่อยากสะเทือนอารมณ์
แต่ก็เห็นจะมีแต่หนังสือแบบนี้ล่ะ ที่ไม่ได้เป็นยานอนหลับ อ่านแล้วหลับ แต่กลับวางไม่ลง ซะงั้น !!~

#2 By I'am Ambryo on 2010-05-23 22:16

ล้ำลึกมาก โฮกกกกกก

แต่แนวนี้ บอกตรงๆเลยนะ ป๋มไม่กล้าหยิบมาอ่านอ่ะ T___T

แบบ เวลาเดินไป คนขายจะบอกว่า "บูท FHM ทางนู้นค่ะพี่"

เชอะ

#1 By วิหคสีคราม on 2010-05-23 22:10

Favourites